ไปพัทยาอย่าลืมแวะชิมเมนูอร่อยที่คาเฟ่สุดชิค @ Tree Tales Cafe

ปกติแล้วก็ไปพัทยาไม่ค่อยบ่อย คราวนี้โชคดีไปแถวนาเกลือแล้วได้ขับผ่านร้านคาเฟ่น่ารักๆ คือร้าน Tree Tales Cafe ที่ทำให้ต้องกลับรถแวะลงมาลองชิม

 

1

 

ร้านนี้ตกแต่งเอาใจสาวๆ สุดฤทธิ์ด้วยของกระจุกกระจิกหน้ารักน่าชัง ดอกไม้หลากสี และเก้าอี้ที่ดูแนวย้อนยุคหน่อยๆ

 

8

 

7

 

6

 

บรรยากาศในส่วนเอาท์ดอร์นั้นโปร่งสบาย มีมุมน่าโพสท์ท่าถ่ายรูปหลายมุมถูกใจสาวๆ

 

5

 

9

 

ส่วนภายในถึงจะเล็กและคับแคบกว่าสักนิดก็ยังได้บรรยากาศกับหนังสืออาหารสวยๆ หลายเล่มที่จัดหามาวาง

 

10

 

รวมไปถึงลวดลายน่าเอ็นดูที่วาดไว้บนกระจกแต่ละบาน ที่เป็นวิธีเก๋ๆ ในการแนะนำเมนูและเป็นการตกแต่งไปด้วยในตัว

 

3

 

ตรงส่วนของกระดานดำก็ยังอุตส่าห์เขียนเตือนว่า อย่าลืมเก็บที่ว่างในกระเพาะไว้ให้ของหวานนะจ๊ะ ซึ่งพอได้ชิมของหวานร้านนี้แล้วต้องเห็นด้วยว่าเป็นคำแนะนำที่ดีมาก

 

2

 

เราเริ่มจากการสั่งเครื่องดื่ม ที่ร้าน Tree Tales มีเครื่องดื่มแนะนำคือ Green Potion (120B) น้ำผักรวมที่มีทั้งผักขม แอปเปิ้ลเขียว เฟนเนลและส้ม เป็นน้ำผักสุขภาพที่ทานง่ายไม่เหม็นเขียวอย่างที่นึกกลัว สำหรับคนชอบน้ำเขียวๆ แต่กลัวน้ำผัก

 

Matcha Lover! (95B) ชาเขียวของที่นี่ก็เป็นอีกทางเลือกที่อร่อยไม่เลวทีเดียว

 

13

 

ชาอื่นๆ ก็มีอีกหลายชนิด เราเลือกชิม Happy Peach (Peach/Apple/Roselle; 80B) รสชาติอ่อนๆ ขมปลายลิ้นนิดๆ แต่กลิ่นหอมแรง

 

12

 

ถ้าไม่ชอบชาจะมาแนวกาแฟ นี่เลย Hazelnut Latte (65B) เสิร์ฟหอมกรุ่นพร้อมลาเต้อาร์ทสวยๆ

 

11

 

หมดหมวดเครื่องดื่มก็มาชิมอาหารอร่อยๆ กันบ้าง คุณเจ้าของร้านแนะนำอยู่หลายรายการ เราเลยสั่ง signature เมนูมาลอง ทั้งเมนู Tree Tales Salad (180B) สลัดควินัวที่ดูเป็นแนวรักสุขภาพสุดๆ มีผักย่างหลายชนิดทั้ง ซูคินี ฟักทอง พริกหยวก แรดิช มะเขือม่วง ผักร็อกเก็ต โรยด้วยชีสนมแพะหอมมัน

 

14

 

เมนู Toast (120B) ที่เราสั่งมาลองทั้งสามแบบ ทั้ง Cheese Toast ที่ใช้เชดดาร์เลยไม่ยืดเยิ้มแต่เค็มเข้มข้น ทั้ง Pesto Toast ที่อัดใบกะเพรามาเต็มที่ และ Bruschetta ที่ทาเพสโต้เป็นพื้นแต่เพิ่มความสดชื่นด้วยมะเขือเทศ

 

15

 

 

16

 

 

17

 

เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือ “Egg Benny” with smoked salmon (220B)

 

18

 

จาน Egg Benedict ที่ทำมาสุกแบบเยิ้มพอดี สั่งแซลมอนรมควันเพิ่ม ด้านบนราดซอส Hollandaise ซึ่งของร้านนี้มีรสอมเปรี้ยวไม่เหมือนใคร

 

จากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอยคือเวลาของหวาน ดูเมนูแล้ว Pavlova (140B) น่าทานมากโดยเฉพาะจานที่เป็นสตรอเบอร์รี่สีแดงสด

แต่บังเอิญว่าวันที่เราไปสตรอเบอร์รี่หมด เลยต้องสั่งรสมะม่วงและเสาวรสมากินแทน

เราทำหน้าเสียดายจัดทางร้านเลยแจ้งว่าสั่งแยมสตรอเบอร์รี่มาชิมคู่กันก็ได้ (เพิ่ม 20B)

ทั้งมะม่วงเสารสรสเปรี้ยวจี๊ดและแยมสตรอเบอร์รี่พอได้ลองทานกับเมอแรงก์หวานๆ กรอบๆ ก็เข้ากันได้ดูทั้งคู่เลยค่ะ

 

20

 

ปิดท้ายด้วย Pan baked soufflé (165B) ซูเฟล่ที่อบในกระทะจนออกมาเป็นแผ่นกลมเนื้อนุ่มฟู ทานกับกล้วยหอมและวิปครีม เพิ่มไอศกรีมวนิลา (55B) ก็ยิ่งอร่อย

 

 

19

 

คุณเชฟเผยว่าสูตรอร่อยแบบนี้มีที่มาจาก Hotcake ของร้าน Bill’s ที่คุณเชฟเคยทำงานด้วยมาก่อนหน้านี้

( แอบเข้าใจว่าเป็นร้านนี้นะคะ http://www.bills.com.au/our-story/ ค้นเจอว่า Hotcake เค้าดัง ไม่รู้อันเดียวกันกับที่คุณเจ้าของร้านพูดถึงหรือเปล่า)

ตัวแป้งนั้นใช้ไข่ขาวตีจนฟูผสมด้วย เพราะฉะนั้นจะไม่ทิ้งไว้เกินครึ่งวัน ถ้าเช้าขายไม่หมดก็ต้องเททิ้ง แล้วผสมแป้งใหม่ให้ลูกค้าช่วงบ่าย

แน่นอนว่ามีขนมหวานทีเด็ดที่ไม่เหมือนร้านไหนแบบนี้ เมนูตัวนี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าของทางร้าน

 

โดยรวมร้านนี้น่าจะถนัดสไตล์อาหารฝรั่งเพราะทั้งการออกแบบเมนูและรสชาติออกมามาตรฐานต่างประเทศ

คุยเล่นกับคุณเชฟได้ความว่าเชฟเทรนที่เมืองซิดนีย์ออสเตรเลียมาเกือบสิบปีเชียวค่ะก่อนจะตัดสินใจกลับไทยมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง

คาเฟ่นี้ตกแต่งร้านได้น่ารักเก๋ไก๋มองทางไหนก็น่าถ่ายรูปไปเสียทุกมุม เมนูหลายๆ เมนูพยายามเน้นอาหารสุขภาพ ใช้ผักผลไม้สดปลอดสารพิษ อย่างผักเกือบทุกชนิดถ้าไม่มาจากโครงการหลวงก็ปลูกเองกันเลยทีเดียว เรียกว่าพิถีพิถันตั้งแต่จากวัตถุดิบมาจนถึงอาหารบนจานคุณ

เป็นอีกร้านอร่อยที่ได้ชิมแล้วถูกใจจนต้องรีบมาแนะนำกันค่ะ

Comments

comments