Wine 101: มาทำความรู้จักกับ Riesling กันดีกว่า

 

สำหรับนักชิม สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะทำให้มื้ออาหารของคุณเพิ่มความลุ่มลึกในรสชาติเห็นจะเป็นการเลือกไวน์ดีๆ มาทานคู่ นอกจากการเลือก wine pairing เวลาไปดินเนอร์แล้ว คุณก็สามารถดื่มด่ำกับไวน์ดีๆ ได้ที่บ้าน

จากที่เคยคุยกันเรื่องวิธีชิมไวน์กันไปบ้างแล้วในบทความ

Wine 101: จิบไวน์อย่างไรให้มีสไตล์? 3 วิธีง่ายๆ ที่ให้คุณดื่มไวน์ด้วยมาดกูรู

ที่พูดถึงการ ดู ดม และ ดื่ม ไวน์อย่างไรให้ได้อารมณ์สุนทรีย์
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันอีกนิด ด้วยการพูดคุยถึงไวน์ขาวชนิดพิเศษที่เรียกว่า Riesling กันค่ะ

3.Wolf Blass Riesling 2014 (1)

Riesling นั้นเป็นองุ่นขาวพันธุ์ดีที่มีแหล่งกำเนิดที่ลุ่มแม่น้ำไรน์ ประเทศเยอรมนี การนำองุ่นขาวชนิดนี้มาทำเป็นไวน์คือ Riesling White Wine นั้นมีความเป็นมายาวนานโดยพบข้อมูลแรกที่บันทึกไว้นั้นตั้งแต่ในปี คศ. 1435 ในคลังสะสมไวน์ของ Count John IV of Katzenelnbogen

ด้วยความที่ Riesling เป็นไวน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงของเยอรมัน เมื่อชาวเยอรมันเดินทางไปที่ต่างๆ ในยุโรปก็มักจะมีการขนย้ายตามไปดื่มกันทำให้ Riesling เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง
ในขณะที่ไวน์ขาวหลายๆ ชนิดมักจะรสชาติดีถ้าทานใหม่ๆ หลังบรรจุขวดไม่นานนัก Riesling จะมีลักษณะพิเศษคือยิ่งเก็บไว้นานจะยิ่งรสชาติดี (age-worthy) ไม่ต่างกับไวน์ชื่อดังอย่าง Chardonnay

ด้วยเหตุนี้ เซียนไวน์จึงนิยมเก็บไวน์ชนิดนี้ไว้นานๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อถึงเวลาเปิดมาดื่ม

4.Wolf Blass Riesling 2014 (2)

สำหรับ Riesling แล้ว จุดเด่นของรสชาติจะเป็นความเป็นกรด (acidic) และ ความหวานหอมที่ไม่ได้หวานจัดจนเกินไป (semi-sweet) และด้วยคุณลักษณะนี้เองที่ทำให้ Riesling เหมาะกับการทานคู่กับอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารรสจัด รสเผ็ด ที่ปกติหาไวน์คู่ได้ค่อนข้างยากอย่างอาหารตะวันออก ดังนั้น Riesling จึงเป็นไวน์พิเศษที่เหมือนถูกดีไซน์มาไว้ทานคู่กับอาหารรสจัดอย่างอาหารไทยได้อย่างลงตัว

เพราะเข้ากันได้กับอาหารหลากหลายทำให้ Riesling เป็นไวน์ที่ทานง่าย จับคู่ง่าย เหมาะกับการมีไว้ติดบ้าน

ส่วนตัวเองก็ชอบจิบเวลาทานชีส โดยเฉพาะชีสกลิ่นแรงอย่างชีสที่ทำจากนมแพะ พอเจอกับ Riesling เข้าไป ก็ได้ความรู้สึกสมดุลกำลังดี

อ่านเรื่องของชีสเพิ่มเติมได้ที่ Cheese101: เรื่องชีสเรื่องง่าย มาทำความรู้จักกับชีสกันดีกว่า

งานนี้เลยลองพยายามเลือกซื้อไวน์ที่รสชาติดีราคาสมเหตุสมผลมาไว้ติดบ้านค่ะ

หลังจากเลือกหามาพอสมควรก็ถุกใจกับไวน์ Riesling ตัวนี้ค่ะ

5.Wolf Blass Riesling 2014 (3)

Yellow Label Riesling จาก Wolf Blass ไวน์แบรนด์ดังจากประเทศออสเตรเลีย

สนนราคาของขวดนี้อยู่ที่แปดร้อยกว่าบาท จึงถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวที่ได้ไวน์รสชาติขนาดนี้ในราคาไม่ถึงพันบาท

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย Wolf Blass เป็นแบรนด์ไวน์จากออสเตรเลียที่มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Wolfgang Franz Otto Blass  คุณ Blass นั้นเป็นชาวเยอรมนี  ได้เข้าศึกษาเรื่องไวน์ จนจบปริญญาโทด้านไวน์หรือ Oenology ตั้งแต่อายุเพียง 23 ปีเท่านั้น จากนั้นคุณ Blass ยังได้เรียนรู้ศาสตร์เรื่องการทำแชมเปญเพิ่มเติมรวมถึงเริ่มเข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมไวน์ในประเทศอังกฤษ จนในที่สุดได้มาเริ่มทำสวนองุ่นและผลิตไวน์ของตนเองที่ประเทศออสเตรเลีย

เพียงไม่นาน แบรนด์ Wolf Blass ก็ผงาดขึ้นมาแบรนด์ชั้นนำของออสเตรเลีย โดยคุณ Blass เองได้รับรางวัลมากมาย ภายใต้ปรัชญา “คุณภาพ รสชาติที่มีเอกลักษณ์และความสม่ำเสมอ” Wolf Blass ได้ผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมเข้าสู้ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

1.Wolf Blass Riesling 2014 & Cabernet Sauvignon 2013 (1)

เอกลักษณ์ที่ทำให้ Wolf Blass แตกต่างและโดดเด่นคือการผสมผสานองุ่นหลากสายพันธุ์ ที่ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายในออสเตรเลียในสมัยที่ คุณ Blass ได้ริเริ่มขึ้น ซึ่งแม้จะขัดกับทรรศนะของคอไวน์ออสเตรเลียในสมัยนั้น แต่คุณ Blass ก็เชื่อมั่นว่าการผสมผสานที่ลงตัวจะนำมาซึ่งรสชาติและคุณภาพที่เหนือกว่า และวิสัยทัศน์นี้เองที่ทำให้แบรนด์พิถีพิถันในการคัดเลือกองุ่น หมัก บ่ม และผสมผสาน จนได้ไวน์รสเลิศที่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางมาจนทุกวันนี้

2.Wolf Blass Riesling 2014 & Cabernet Sauvignon 2013 (2)

สำหรับ Yellow Label Riesling  ขวดนี้นั้นเป็น Riesling 100% จากตอนใต้ของออสเตรเลีย

เทออกมาจะเห็นสีขาวเจือเขียวจางๆ รสชาติจะเด่นที่ความเป็น citrus จะได้ floral note เล็กๆ ตามมา

หลายๆ คนมักจะติดว่า Riesling เป็นไวน์ที่หวานนำ แต่ Yellow Label Riesling ของ Wolf Blass ขวดนี้ถือว่าหวานน้อย รสอมเปรี้ยว และค่อนไปทาง dry เสียมากกว่า

ดื่มแล้วจะให้ความรู้สึกสดชื่น ได้รสเปรี้ยวๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดปลายลิ้น

6.Wolf Blass Riesling 2014 (4)

ด้วยราคาต่ำกว่าพันบาท ไวน์ตัวนี้จึงเป็นไวน์ที่ส่วนตัวแนะนำมากเพราะคุ้มค่ากับรสชาติที่ดี มีโทนหวานของผลไม้เล็กน้อย ออก dry กว่า Riesling ทั่วไปที่คุ้นชิน ทำให้ทานคู่กับชีสก็ได้ กับอาหารไทยหรืออาหารฝรั่งก็ดี เพราะระดับ acid ที่พอดีจะช่วยทำให้ได้ clean, crisp finish

เมนูเฉพาะที่เข้ากันได้ดีก็เห็นจะเป็นเนื้อหมู ไก่งวง มะเดื่อสด และอาหารทะเลค่ะ

และแน่นอนว่า ถ้าจะดื่มไวน์ให้ไวน์ได้รสชาติเต็มที่ อย่าลืมลองทบทวนวิธีการเลือกใช้แก้วที่เหมาะสมกับชนิดไวน์ด้วยนะคะ

สำหรับ Riesling ขวดนี้ แนะนำให้ใช้กับ Crisp White ของ Lucaris ค่ะ เข้ากันดีเพิ่มความลุ่มลึกให้กับไวน์ของคุณ

จิบไวน์อย่างไรให้มีสไตล์…ง่ายๆ กับชุดแก้วคริสตัลดีไซน์หรู “Lucaris”

 

จบไปแล้วค่ะกับเรื่องราวเกี่ยวกับ Riesling

หวังว่าผู้อ่านจะสนุกสนานไปกับเกร็ดความรู้และรู้สึกอินกับการกินไวน์มากขึ้นไปอีกนะคะ

ถ้ามีโอกาสคราวหน้าจะมาเล่าเรื่องไวน์ชนิดอื่นๆ ให้ฟังกันใหม่

วันนี้ขอลาไปก่อนเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ

 

 

 

 

Comments

comments