Pop-Up Trento DOC @ La Bottega di Luca

ทีมงานได้มีโอกาสไปร่วมงาน Pop-Up Trento DOC Presentation ที่จัดขึ้นที่ร้าน La Bottega di Luca มาค่ะ


งานนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างร้าน La Bottega di Luca กับผู้นำเข้าไวน์ Ferrari Trento นำเสนอเมนูอาหารใหม่สุดพิเศษของร้าน La Bottega พร้อมทั้งไวน์ของ Ferrari Trento ที่คัดสรรมาให้ pair กับอาหารค่ะ

งานจัดที่ร้าน La Bottega di Luca อยู่ชั้น 2 The Terrace 49 ซอยสุขุมวิท 49

ร้านมีพื้นที่กว้างขวาง จะนั่งด้านในหรือจะมานั่งรับลมด้านนอกก็เลือกได้ตามสบาย

งานนี้จัดในห้อง wine room ซึ่งรองรับแขกได้ถึง 15 คน

คุณ Tamara ตัวแทนจาก Ferrari Trento และ Chef Luca Appino เจ้าของร้าน La Bottega
กล่าวต้อนรับแขกในงาน และคุณ Tamara เล่าประวัติของ Ferrari ให้ฟังกันเล็กน้อยค่ะ

Ferrari เป็นแบรนด์ผู้ผลิต Sparkling wine ชั้นนำของอิตาลีที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่าร้อยปี กำเนิดขึ้นในปี 1902 โดย Giulio Ferrari ที่มีความฝันและความตั้งใจที่จะผลิต Sparkling wine ให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับ Champagne ของฝรั่งเศส เขาจึงเริ่มนำองุ่นพันธุ์ Chardonnay มาปลูกที่ Trento ประเทศอิตาลีเป็นครั้งแรก และเริ่มผลิต Sparkling Wine ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ไวน์ของ Ferrari ทั้งหมด ผลิตโดยกระบวนการ Trento DOC เป็นการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้ผลิตแชมเปญในประเทศฝรั่งเศส Trento DOC นี้เองเป็นสิ่งที่การันตีมาตรฐานการผลิตไวน์ระดับสูง และคุณภาพของไวน์ Ferrari ได้เป็นอย่างดี การที่จะได้ trademark นี้มาต้องผ่านข้อกำหนดหลายอย่าง ทั้งการใช้องุ่นที่ปลูกใน Trento การทำ second fermentation ในขวดไวน์เท่านั้น และอื่นๆ

ไวน์ Ferrari ที่เลือกมา pair กับอาหารนี้ ผ่านการหมักแบบ bottle fermentation อย่างน้อย 3 ปี ทำให้ไวน์มีรสชาติซับซ้อน มีความนุ่มนวล ลงตัว เข้ากันดีกับเมนูอาหารที่ Chef Andrea Ortu เชฟใหญ่ประจำร้านสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มต้นด้วย Appetizer จานแรกเป็น Chilled Green Beans Cream, Roasted Octopus, “Stracciatella Cheese” Cherry Tomatoes Confit (650 THB)

เรียกน้ำย่อยกันด้วยซุปครีมถั่วเขียวสีสันสดใส ตัวซุปข้นนิดๆ รสชาติอ่อน เพิ่มรสชาติเค็มนิดๆ ด้วยปลาหมึกย่าง และรสชาติหวานอมเปรี้ยวจากมะเขือเทศ เข้ากันได้เป็นอย่างดี

ถัดมาคือ Piedmont Fondue, White Asparagus, Black Truffle, “Arnad Lard” (790 THB)

เมนูนี้หน้าตาดีเลยทีเดียว พอจานมาวางบนโต๊ะกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลก็หอมนำมาเลยค่ะ หน่อไม้ฝรั่งสีขาว เพิ่มรสชาติและความหอมด้วยเห็ดทรัฟเฟิล ทานกับเนื้อหมูส่วนหัวไหล่ปรุงรสด้วยเกลือและสมุนไพร เป็นเมนูที่เรียบง่ายและอร่อยลงตัว

ไวน์ตัวแรกที่แนะนำให้ดื่มคู่กับ Appetizer คือ Ferrari Maximum Brut Trento DOC (Bottle 1,700 THB, glass 340 THB)

ทำมาจากองุ่นพันธุ์ Chardonnay 100% รสชาติ dry ดื่มแล้วสดชื่น มีกลิ่นหอมของผลไม้ citrus และมี fruity note และมีกลิ่นหอมยีสต์ขนมปัง เฮเซลนัท และวานิลลา

ต่อกันด้วย First Course ได้แก่

Risotto with 36 Months Parmesan Cheese, Scampi, Green Apple, Lime and Thyme Foam (790 THB)


รีซอตโต้ทำมาได้สุกพอดี ซอสทำจากชีสพาเมซาน หอมอร่อยมากค่ะ ในข้าวยังมีแอปเปิ้ลเขียวหั่นชิ้นเล็กมา
เพิ่มรสเปรี้ยวอมหวาน ทานกับเนื้อกุ้งดิบที่มีรสเปรี้ยวของมะนาว ด้านบนโรยด้วยเปลือกมะนาวขูด และโฟมที่ให้กลิ่นหอมของใบไธม์

ต่อมาคือ Stew Veal Homemade Filled Ravioli with Black Truffle, served on its sauce (590 THB)


ราวิโอลีไส้สตูว์เนื้อลูกแกะ บดเนื้อมาได้เนียนและนุ่มมาก รสชาติเข้มข้น ขนาดพอดีคำ ท็อปด้วย
เห็ดทรัฟเฟิล เข้ากันดีสุดๆ เลยค่ะ

สองเมนูนี้แนะนำให้ทานคู่กับ Ferrari Maximum Rosé (Bottle 1,950 THB, glass 380 THB)

ไวน์สี copper ทำจากองุ่นพันธุ์ Pinot Noir 60% และ Chardonnay 40%

ตัวนี้ full-bodied รสชาติ dry มี fruity note ชัดเจน กลิ่นสตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่นำ มีกลิ่นอัลมอนด์หน่อยๆ มี perlage หรือฟองละเอียดเชียวค่ะ

มาถึง Second Course กันบ้าง

Seared Hamachi Fish, “Caciucco Sauce”, Lyophilized Black Olives and Broccoli (1,190 THB)


ปลาฮามาจิ sear มาหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ซอสสีส้มเป็น fish stew สไตล์ทัสคานี ด้านบนเป็นมะกอกดำ freeze-dried เพิ่มสีสันด้วยบร็อกโคลี

จับคู่กับ Tenute Lunelli 2015 Trentino DOC Pietragrande (Bottle 1,850 THB, glass 370 THB) ไวน์จาก
Tenute Lunelli เครือเดียวกับ Ferrari

องุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ตัวนี้ คือ Chardonnay 85% และ Sauvignon Blanc 15% สีเหลืองใส มีกลิ่นแอปเปิ้ลและแพร์
เหมาะสำหรับดื่มคู่กับเนื้อปลา

อีกเมนู คือ “Slow Cooked” Australian Wagyu Beef Cheek, Potato and Italian Bacon Mille-Feuille, Wild Mushrooms Infuse (890 THB)

แก้มเนื้อวากิว ผ่านกระบวนการทำอาหารแบบ slow cooked ทำให้เนื้อ นุ่ม เคี้ยวง่าย และรสชาติแทรกอยู่ในเนื้ออย่างทั่วถึง ด้านล่างเป็น Mille-Feuille ที่ทำมาจากมันฝรั่งและเบคอน texture ดีทีเดียว ซุปด้านล่างเป็นซุปเห็ด
เมื่อทานส่วนผสมทุกอย่างพร้อมกันแล้วอร่อยลงตัว ส่วนตัวชอบจานนี้มากค่ะ

เมนูนี้ทานคู่กับ Tenute Lunelli 2008 Carapace Montefalco Sagrantino DOCG (bottle 1,850, glass 370)

ไวน์สีแดงทับทิม ทำจากองุ่นพันธุ์ Sagrantino 100% ซึ่งเป็นหนึ่งในองุ่นที่มีปริมาณ Tannin มากที่สุดในโลก มีกลิ่น
เชอร์รี่หอมนำ ตามด้วยแบล็คเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ พอดื่มเสร็จแล้วมี after taste ค้างอยู่ในปากอีกสักพัก

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยขนมหวาน “Sbrisolona” Crunchy Tart, Demi-Sec Ferrari Mousse, with Strawberries and Mint (320 THB)


เนื้อทาร์ตหวานกรอบทานกับสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำ ตัวมูสเนื้อเนียนทำจากไวน์ Ferrari Maximum Demi-Sec แน่นอนว่าต้องทานคู่กับไวน์ Ferrari Maximum Demi-Sec (Bottle 1,950 THB)

กลิ่นหอม รสหวาน แต่ไม่ได้หวานจัดจนเกินไป เป็นการปิดท้ายมื้อนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยรวมแล้วประทับใจกับเมนู Pop-Up Trento DOC ที่ล้วนทำมาจากวัตถุดิบคุณภาพดี ประกอบกับความพิถีพิถันในการปรุงอาหารของเชฟ และเมื่อจับคู่อาหารกับไวน์ชั้นเยี่ยมของ Ferrari Trento แล้ว ยิ่งทำให้ได้รสชาติของอาหารโดดเด่นยิ่งขึ้น หลายท่านที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนอยู่แล้วเป็นทุนเดิมน่าจะถูกใจกับประสบการณ์การรับประทานอาหารมื้ออร่อยที่จัดมาให้อย่างครบถ้วนละเมียดละไมของร้าน La Bottega แนะนำให้ทุกท่านมาลิ้มลองกันดูค่ะ

สำหรับโปรโมชั่นที่จะนำทุกท่านสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและอาหารอิตาเลียนแสนอร่อย ณ ร้าน La Bottega di Luca กับเมนู Pop-Up Trento DOC จะมีเฉพาะภายในเดือนพฤษภาคม 2560 นี้เท่านั้น อย่าลืมสำรองที่นั่งกันล่วงหน้านะคะ

La Bottega di Luca
2nd floor, Terrace 49 Building, Sukhumvit 49
Website: www.labottega.name
Facebook: www.facebook.com/bottegabkk

Tel: 02 204 1731
Email: la.bottega.di.luca@gmail.com
Opening Hours
– Mon: 5:30PM – 10:30PM
– Tue-Sun: 11:30AM – 2:30PM, 5:30PM – 11:00PM

Comments

comments